มูลนิธิบูรณะนิเวศ

เปิดผลตรวจ คพ. เหตุปิดเตาเผาโรงไฟฟ้าขยะจีเดค พบ "ไดออกซิน" เกินมาตรฐานกว่า 50 เท่า (28 พ.ย. 59)

กองบรรณาธิการมูลนิธิบูรณะนิเวศ 28 พฤศจิกายน 2559
เปิดผลตรวจ คพ. เหตุปิดเตาเผาโรงไฟฟ้าขยะจีเดค พบ "ไดออกซิน" สูงเกินค่ามาตรฐานกว่า 50 เท่า

ผลตรวจอากาศปล่องเตาเผา "จีเดค" พบไดออกซินสูงเกินค่ามาตรฐานกว่า 50 เท่า ไฮโดรเจนคลอไรด์กว่า 16 เท่า - ผอ.บูรณะนิเวศ ชี้ สะท้อนนโยบายหนุนโรงไฟฟ้าขยะผิดพลาด แนะตรวจเถ้าทุกโรงงาน

          ตามที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ได้มีคำสั่งให้บริษัทจีเดค จำกัด หยุดประกอบกิจการโรงงานในส่วนเตาเผาขยะทันที และให้ปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 13 มกราคม 2560 ภายหลังกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างอากาศที่ระบายจากปล่องเตาเผาขยะมูลฝอยไปตรวจวิเคราะห์และพบว่า มีปริมาณสารประกอบไดออกซิน, สารแคดเมียม และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ เกินเกณฑ์มาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากเตาเผามูลฝอย อีกทั้งยังได้รับการร้องเรียนปัญหามลพิษจากชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง  ตามที่สื่อมวลชนหลายแขนงได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

          กองบรรณาธิการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้ตรวจสอบเอกสารคำสั่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ที่ สข 0033 (3) /2853ลงวันที่ 25 พ.ย. 59 พบว่า พนักงานเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างอากาศที่ระบายจากปล่องเตาเผาขยะมูลฝอยเมื่อวันที่ 21 - 28 พฤษภาคม 2559 ก่อนจะนำไปตรวจวิเคราะห์และพบว่า

          ในตัวอย่างที่ 1  มีปริมาณสารประกอบไดออกซิน 2.83 I-TEQ (ng/m3),  สารแคดเมียม 0.011 mg/Nm3 และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ 254 ppm  ส่วนในตัวอย่างที่ 2  มีปริมาณสารประกอบไดออกซิน 5.11 I-TEQ (ng/m3),  สารแคดเมียม 0.074 mg/Nm3 และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ 401 ppm  ขณะที่ค่ามาตรฐานของสารไดออกซิน สารแคดเมียม และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์นั้น คือ 0.1 I-TEQ, 0.0.05 mg/Nm3 และ 25 ppm ตามลำดับ


          ต่อกรณีนี้ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ ได้กล่าวให้ความเห็นว่า การที่กรมควบคุมมลพิษทำการเก็บตัวอย่างที่ระบายจากปล่องเตาเผานั้นดีอยู่แล้ว  แต่ควรจะตรวจสอบสารพิษในเถ้าหนักและเถ้าเบาที่เกิดขึ้นจากการเผาขยะก่อนหน้าด้วย เนื่องจากการที่ทางบริษัทฯ ได้ทำการเทกองเถ้าหนักไว้ในพื้นที่โรงงานอาจจะทำให้สารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารที่มีมลพิษสูง แพร่กระจายออกไปสะสมในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหารได้

          สำหรับสาเหตุที่พบสารไดออกซินสูงนั้น ผอ. มูลนิธิบูรณะนิเวศให้ความเห็นว่า  อาจมาจาก 3 กรณี คือ 1) เทคโนโลยีในการบำบัดมลพิษทางอากาศของไทยไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ 2) อาจจะไม่มีการเปิดระบบบำบัด และ 3) ประเทศไทยยังไม่มีระบบคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางที่ดีพอ ทำให้ขยะที่นำมาเข้ากระบวนการนั้นไม่มีความเหมาะสมพอ เมื่อเผาออกมาก็เกิดสารมลพิษแพร่กระจายเช่นนี้ 

          ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้ได้สะท้อนว่า นโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้เกิดโรงไฟฟ้าขยะขึ้นอีกประมาณ 50 แห่งทั่วประเทศ ขณะประเทศไทยที่ไม่มีความพร้อม โดยเฉพาะการที่ยังไม่มีระบบคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางที่ดีพอนั้น เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และรัฐบาลควรทบทวนนโยบายดังกล่าว รวมทั้งควรยกเลิกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยกเว้นให้โครงการโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยทุกขนาดกำลังการผลิตไม่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA  นอกจากนี้การดำเนินนโยบายใดๆ ก็ควรให้ความสำคัญกับมาตรการติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดมากกว่าที่เป็นอยู่

          "การตรวจพบสารไดออกซินสูงจากปลายปล่องของโรงไฟฟ้าขยะบริษัทจีเคดฯ ในครั้งนี้ถือเป็นเพียงกรณีเดียวเท่านั้น ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมอีกมากที่มีความเสี่ยง  หากเป็นไปได้ อยากเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการตรวจติดตามโรงไฟฟ้าขยะทุกแห่งในทุกพื้นที่ รวมถึงเตาเผาขยะติดเชื้อ และเตาเผาขยะของโรงงานปูนด้วย"  ผอ. มูลนิธิบูรณะนิเวศกล่าว         

 


ภาพ: เว็บไซต์บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก (EGCO)
www.egco.com/th/corperate_profile_busin_group_gd.asp

          อนึ่ง บริษัทจีเดค จำกัด เป็นบริษัทย่อยในเครือบริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ "เอ็กโก" (EGCO) [1]   ตั้งอยู่เลขที่ 2044/88 ถนนสนามบิน หมู่ที่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะชุมชน กำลังการผลิต 6.7 เมกะวัตต์ โดยเริ่มเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2557 [2]          

          ต่อมา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559  ได้คำสั่งจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559  "ให้หยุดประกอบกิจการโรงงานในส่วนเตาเผาขยะทันที" อันสืบเนื่องมาจากผลการตรวจตัวอย่างอากาศที่ระบายจากปล่องเตาเผาขยะมูลฝอยของบริษัทมีสารประกอบไดออกซิน, สารแคดเมียม และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ เกินเกณฑ์มาตรฐานควบคุม "ลักษณะดังกล่าวจึงเป็นการประกอบกิจการโรงงานมีสภาพที่อาจจะก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงานหรือที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน"  และ "ให้บริษัทจีเดค จำกัด ปรับปรุงระบบขจัดมลพิษของเตาเผาขยะของโรงงานใหม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เพื่อให้มีค่าปริมาณของสารเจือปนที่ระบายออกจากโรงงานอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 13 มกราคม 2560" [3]


ภาพ: เว็บไซต์บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก (EGCO)
http://www.egco.com/th/corperate_profile_history.asp

 

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการรวมตัวของประชาชนและผู้ประกอบการ ร้านอาหารและกิจการอื่นๆ ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณรอบโรงไฟฟ้า ร้องเรียนถึงผลกระทบที่ได้รับ อาทิ ควันดำจากปล่องของโรงงาน และกลิ่นเหม็นจากกระบวนการผลิต  โดยผู้ร้องระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนมาเป็นปีที่ 2 อีกทั้งที่ผ่านมาเคยมีการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อหลายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งศูนย์ดำรงธรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เทศบาลเมืองควนลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แต่ผลกระทบจากมลพิษก็ยังไม่คลี่คลาย

 

 

..........

[1]  "บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของ ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2535 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ("กฟผ.")  มีผู้ถือหุ้นสูงสุด (Ultimate Shareholders) ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่โดยพฤติการณ์มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการจัดการหรือการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท TEPDIA Generating B.V. นอกจากนั้น ยังมีผู้ถือหุ้นอื่นๆ ได้แก่ บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด นักลงทุนไทย และนักลงทุนต่างประเทศ"

ที่มา: เว็บไซต์บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก (EGCO) , www.egco.com/th/corperate_profile_busin_group_gd.asp.

[2] เว็บไซต์บริษัทผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก (EGCO) , www.egco.com/th/corperate_profile_busin_group_gd.asp.

[3] คำสั่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ที่ สข 0033 (3) /2853 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559.