มูลนิธิบูรณะนิเวศ

แคลิฟอร์เนียแบนสารยาฆ่าแมลงที่ทำลายสมองเด็ก สวนทางนโยบาย 'ทรัมป์' (15 พ.ค. 62)

ประชาไท 15 พฤษภาคม 2562
แคลิฟอร์เนียแบนสารยาฆ่าแมลงที่ทำลายสมองเด็ก สวนทางนโยบาย 'ทรัมป์' 

รัฐแคลิฟอร์เนียสั่งห้ามไม่ให้ใช้ยากำจัดศัตรูพืชคลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) หลังผลวิจัยชี้ มีส่วนในการสร้างความเสียหายต่อสมองในเด็ก คำสั่งที่สวนทางนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สั่งปลดการแบนก่อนหน้านี้ถือเป็นหนึ่งในชัยชนะครั้งใหญ่อีกครั้งของผู้รณรงค์ด้านสาธารณสุขที่เรียกร้องให้ต่อต้านการใช้สารเคมีเป็นพิษในอุตสาหกรรมการเกษตรมานาน

15 พ.ค. 2562 สารกำจัดศัตรูพืชคลอร์ไพริฟอส (chlorpyrifos) ถูกใช้ในประเทศสหรัฐฯ กับพืชผลทางการเกษตรอย่างอัลมอนด์ ซิตรัส ฝ้าย องุ่น วอลนัทและพืชผลอื่นๆ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการวิจัยพบว่าสารเคมีชนิดนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาวะในเด็ก เช่น ทำให้สมองเสื่อมและกระทบต่อพัฒนาการทางระบบประสาท

สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (EPA) ในสมัยประธานาธิบดี บารัค โอบามา เคยมีการสั่งห้ามใช้สารเคมีชนิดนี้มาก่อน แต่รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งยกเลิกการห้ามดังกล่าว โดยปฏิเสธไม่ยอมรับข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์จากผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาล

จาเรต บลูเมนเฟลด์ เลขาธิการของ EPA แคลิฟอร์เนียกล่าวว่ามีคนจำนวนมากที่เจ็บป่วยเพราะสารเคมีนี้ อีกทั้งมีคนจำนวนมากต้องทำงานหรือเรียนอยู่ในโรงเรียนที่อยู่ใกล้กับไร่สวนที่ใช้สารเคมีคลอร์ไพริฟอส "มันเป็นประเด็นของสุขภาวะและความยุติธรรมที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม" บลูเมนเฟลด์กล่าว

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีภาคการเกษตรขนาดใหญ่ที่เพาะปลูกผลไม้และถั่วให้ภายในประเทศมากที่สุด การเคลื่อนไหวต่อต้านการใช้สารเคมีนี้ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการแข็งขืนต่อนโยบายแบบอนุรักษ์นิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมก็ได้ดำเนินการผลักดันให้มีการหยุดใช้สารคลอร์ไพริฟอสในแคลิฟอร์เนียมาเป็นเวลาหลายปีแล้วนับตั้งแต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอันตรายของมัน

อังเกล การ์เซีย เป็นประธานสมาพันธ์การรณรงค์เพื่อความปลอดภัยของยากำจัดศัตรูพืชที่เคยทำงานร่วมกับครอบครัวของผู้ได้รับผลกระทบจากคลอร์ไพริฟอสมาก่อน การ์เซียบอกว่าการเคลื่อนไหวแข็งขืนของแคลิฟอร์เนียมีความสำคัญเพราะเป็นการส่งสารออกไปว่าเริ่มมีคนรับฟังพวกเขาแล้ว และผู้คนจะมีอนาคตที่ปลอดภัยมากขึ้น

ในการศึกษาวิจัยเรื่องโรคพบว่าสารคลอร์ไพริฟอสมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสุขภาพด้านต่างๆ เช่น คนตั้งครรภ์ที่อยู่ใกล้กับไร่สวนที่มีการใช้สารคลอร์ไพริฟอสเพิ่มความเสี่ยงที่จะมีลูกเกิดมาเป็นออทิสติก การที่คนตั้งครรภ์สัมผัสสารคลอร์ไพริฟอสในระดับน้อยถึงปานกลางก็มีส่วนในการทำให้เด็กมีปัญหาด้านสติปัญญาและปัญหาด้านความจำ

สารคลอร์ไพริฟอสถูกสั่งแบนมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลโอบามาแล้วแต่รัฐบาลทรัมป์ก็สั่งยกเลิกการแบนสารนี้ทำให้กลุ่มด้านสิ่งแวดล้อมฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ในเรื่องนี้ ส่งผลให้เมื่อปีที่แล้ว (2561) ผู้พิพากษาสหรัฐฯ สั่งให้มีการแบนสารนี้อีกครั้ง แต่รัฐบาลทรัมป์ก็ยังคงอุทธรณ์เรื่องนี้ต่อไปและศาลก็สั่งให้ EPA ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องสารคลอร์ไพริฟอสภายในเดือน ก.ค. ที่จะถึงนี้

นักกิจกรรมกล่าวหาว่ารัฐบาลทรัมป์พยายามปกป้องผลประโยชน์ให้กับบริษัทดาวดูปองท์ซึ่งเป็นผู้ผลิตสารคลอร์ไพริฟอสและเป็นบริษัทที่บริจาคให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเกร็ก ชมิทธ์ โฆษกของดาวดูปองท์แถลงว่าพวกเขากำลังประเมินช่องทางในการท้าทายคำสั่งแบนในแคลิฟอร์เนีย โฆษกแถลงอีกว่าการสั่งห้ามคลอร์ไพริฟอสจะเป็นการ "ลดเครื่องมือสำคัญสำหรับเกษตรกรและทำลายระบบการกำกับดูแลยากำจัดศัตรูพืชที่มีประสิทธิภาพสูง" อีกทั้งยังอ้างว่าสารเคมีนี้ได้รับการรับรองการใช้งานใน 100 ประเทศ

อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ สั่งแบนการใช้คลอร์ไพริฟอสในระดับภายในครัวเรือนมาตั้งแต่ปี 2544 แล้ว และผู้เชี่ยวชาญด้านสารมีพิษก็เสนอเมื่อปี 2561 ให้มีการสั่งห้ามสารจำพวกออร์แกโนฟอสเฟตทั้งหมด ซึ่งสารประเภทออร์แกโนฟอสเฟตหมายถึงสารกำจัดศัตรูพิชที่มีคลอร์ไพริฟอสเป็นหนึ่งในนั้นด้วย

กาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียยังเสนองบประมาณ 5.7 ล้านดอลลาร์ในการสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนจากสารคลอร์ไพริฟอสหันมาใช้สารทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าและมีความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า


ภาพทุ่งฝ้าย หนึ่งในผลิตผลการเกษตรที่มีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชคลอร์ไพริฟอส (ที่มา: flickr/Kimberly Vardeman)