เหมืองเกลือสินเธาว์ จ.มหาสารคาม

เหมืองเกลือสินเธาว์ จ.มหาสารคาม

 (1)
เหมืองเกลือสินเธาว์ จ.มหาสารคาม
    แม้การทำนาเกลือสินเธาว์คือหนึ่งในอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ภาคอีสาน แต่เมื่อยกระดับขึ้นสู่อุตสาหกรรมเหมืองเกลือสินเธาว์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน หายนะแห่ง “ความเค็ม” ก็โถมเข้าใส่ลำน้ำเสียว ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนถึง 8 อำเภอใน 3 จังหวัด ไล่มาตั้งแต่มหาสารคาม ผ่านร้อยเอ็ด ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำมูลที่ศรีสะเกษ 
เมื่อถูกความเค็มเข้าโจมตีตลอดสายน้ำ ห่วงโซ่แห่งผลกระทบก็ตามมา ฝูงปลาก็หดหาย ป่าไม้ถูกทำลายเพื่อใช้เป็นไม้ฟืนต้มเกลือ นาข้าวก็ถูกน้ำเค็มทะลักจนรวงข้าวลีบดำ ปลายปี 2519 ตำนานการต่อสู้ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงเริ่มขึ้น ณ ต้นทางของลำน้ำเสียว จ.มหาสารคาม
แม้ผลการเรียกร้องที่เนิ่นนานจะบานปลายจนทำให้ชาวบ้านบาดเจ็บและถูกจับกุมเมื่อปี 2533 โดยรัฐบาลมีคำสั่งยุติทำนาเกลือในลุ่มน้ำเสียวพร้อมกับอนุมัติโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเสียวในเวลาต่อมา แต่อานุภาพแห่งความเค็มยังคงทำลายความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำเสียวและผืนดินโดยรอบจนไม่มีวันหวนคืนถึงทุกวันนี้
    
(2)
กรณี : ลำน้ำเสียวเค็มจากเหมืองเกลือสินเธาว์ จ.มหาสารคาม
สถานที่ : อ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม 
ความเสียหาย : อานุภาพของความเค็มที่สูงกว่าน้ำทะเลในอ่าวไทยถึง 2 เท่าได้แผ่กระจายเข้าสู่พื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำหนองบ่อ รวมทั้งพื้นที่ตลอด 2 ฝั่งริมลำน้ำเสียวที่ยาวกว่า 240 กิโลเมตร จนเสื่อมโทรมอย่างหนัก อีกทั้งยังทะลักเข้าสู่ที่นาจนทำนาไม่ได้ สัตว์น้ำลดจำนวนลง ป่าไม้ก็ถูกทำลายเพราะความต้องการไม้ฟืนมาใช้ต้มเกลือเพิ่มสูงขึ้น วัวควายก็ทยอยตายเพราะขาดน้ำจืด
    การชุมนุมเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไขปัญหา ทำให้ชาวบ้านและนักศึกษา 45 คนถูกจับกุมตัว
ผลการสำรวจของชาวบ้านพบว่า มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย 150,000 ไร่ รวมเป็นเงินประมาณ 400 ล้านบาทปี 2533 รัฐบาลอนุมัติเงินเพื่อฟื้นฟูลำน้ำเสียว ผ่านโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเสียว 800 ล้านบาท
    
ช่วงเวลา : ปี 2514-ปัจจุบัน 
เหตุการณ์ : หลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางเมื่อปลายปี 2513 ทำให้โกดังเก็บเกลือมลายหายไปกับสายน้ำ ราคาเกลือที่พุ่งทะยานจากตันละ 100 บาท เป็น 900-1,000 บาท ก่อชนวนแห่งหายนะให้กับพื้นที่ภาคอีสานซึ่งมีแหล่งเกลือสินเธาว์มหาศาลทันที 
เมื่อนักธุรกิจเกลือต้องการย้ายฐานการผลิตเกลือจากอ่าวไทยสู่ภาคอีสาน บ่อเกลือใต้ผืนดินแห่งแรกถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรธรณีขุดเจาะน้ำบาดาลในบริเวณต้นลำน้ำเสียวที่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม แล้วพบว่า น้ำจากบ่อบาดาลมีความเค็มมาก เมื่อลองต้มดูก็พบว่าได้เกลือที่มีคุณภาพดีมากด้วยเช่นกัน
    นับจากนั้นเป็นต้นมา ความเฟื่องฟูของธุรกิจเกลือสินเธาว์ก็เริ่มต้นขึ้นบริเวณรอบๆ อ่างเก็บน้ำหนองบ่อ หรือต้นน้ำเสียวนั่นเอง และขยายไปสู่จังหวัดใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันกรรมวิธีการผลิตเกลือแบบดั้งเดิมก็ถูกแทนที่ด้วยการสูบน้ำจากใต้ดินขึ้นมาต้มเพื่อให้ได้เกลือในปริมาณที่มากกว่าแทน เช่นเดียวกับป่าไม้ที่เคยมีก็ถูกตัดมาเพื่อทำฟืนสำหรับต้มเกลือ
    ต่อมาเมือเกลือกลับมาล้นตลาด ธุรกิจเกลือสินเธาว์ในอีสาน จึงต้องลดต้นทุนการผลิตลง โดยเปลี่ยนจากการต้มเกลือมาเป็นการตากเกลือแบบเดียวกับเกลือทะเลในพื้นที่ภาคกลาง
    แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตเป็นเช่นใด การหักโหมผลิตเกลือสินเธาว์อย่างไร้ขีดจำกัดนานหลายปี ก็สร้างผลกระทบเกินกว่าจะแก้ไขได้ นั่นเพราะความเค็มได้แผ่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง โดยเฉพาะลำน้ำเสียว เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านถึง 8 อำเภอใน 3 จังหวัดที่สายน้ำไหลผ่าน ไม่เว้นแม้กระทั่งผืนไร่นาที่ไร้ผลผลิต เพราะน้ำจืดกลายเป็นน้ำเค็ม ปลาลอยน้ำตาย ป่าไม้ก็หมดสิ้น ปี 2519 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงรวมกลุ่มกันเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามาแก้ไขปัญหา แต่การต่อสู้กับกลุ่มทุนธุรกิจเกลือสินเธาว์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างยิ่ง
    1 กรกฎาคม 2523 รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ออกคำสั่งปิดกิจการผลิตเกลือสินเธาว์บริเวณลุ่มน้ำเสียวในพื้นที่ อ.บรบือ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม อ.เกษตรวิสัย อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ 
    แต่ปี 2526 คำสั่งดังกล่าวก็ถูก “ฝ่าฝืน” ทันทีที่ราคาเกลือถีบตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลพวงจากนากุ้งกุลาดำเฟื่องฟู ชาวนาเกลือในภาคกลางจึงหันไปเลี้ยงกุ้งกุลาดำแทน การลักลอบผลิตเกลือสินเธาว์ในอีสานจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง และเพิ่มความ “โจ่งแจ้ง” มากยิ่งขึ้น เมื่อมีคำสั่งซื้อเกลือปริมาณมหาศาลจากโรงงานอุตสาหกรรม 
    ราวปี 2529 ธุรกิจเกลือสินเธาว์ในอีสานมีรูปแบบ “ครบเครื่อง” ทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี เพื่อป้อนเกลือสู่โรงงานอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ขณะที่ปัญหาน้ำเค็มยังคงคุกคามชาวบ้านอย่างไม่ลดราวาศอก
    พฤศจิกายน 2532 ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีคำสั่งยุติการทำนาเกลือโดยสิ้นเชิง ซึ่งพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงออกคำสั่งเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2532 ห้ามทำนาเกลือเช่นเดียวกับที่รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เคยทำมาแล้ว แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ยังคงมีการลักลอบทำนาเกลืออย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชาวบ้านต้องชุมนุมอยู่เป็นระยะ
    ในที่สุด 10 เมษายน 2533 ชาวบ้านจาก 3 จังหวัดกว่า 2,000 คน รวมตัวกันในนาม กลุ่มผู้แก้ไขปัญหาลำน้ำเสียวเค็ม 3 จังหวัด (กปส.) พร้อมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงชุมนุมประท้วงกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอวาปีปทุม จ.มหาสารคาม เพื่อเรียกร้องให้ทางราชการดำเนินการกับผู้ทำผิดกฎหมาย และให้บังคับใช้คำสั่งนายกรัฐมนตรีให้มีผลในทางปฏิบัติ จนกระทั่งเข้าสู่วันที่ 5 ของการชุมนุมก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากหน่วยงานราชการ ชาวบ้านจึงเคลื่อนขบวนไปปิดถนน และถูกสลายการชุมนุม โดยชาวบ้านและนักศึกษาถูกจับกุม 45 คน ชาวบ้านที่ร่วมชุมนุมทั้งหมดจึงเดินทางเข้ามอบตัวในวันต่อมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้ประกันตัวผู้ถูกจับกุม ซึ่งอัยการได้สั่งไม่ฟ้องผู้นำการชุมนุมทั้งหมด
    อย่างไรก็ตาม ผลการชุมนุมของชาวบ้าน นำมาซึ่งมติคณะรัฐมนตรีก็ยืนยันคำสั่งยุติการทำนาเกลือพร้อมกับอนุมัติโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเสียวมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท เพื่อขุดลอกและฟื้นฟูลำน้ำเสียวตลอดทั้งสาย โดยมอบหมายให้กรมชลประทานรับผิดชอบ ระยะเวลาตั้งแต่ปี 2533-2536
    ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ลำน้ำเสียวใหญ่ตอนบน และผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนสองฝั่งลำน้ำ อ.บรบือ และ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเสียว ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะน้ำท่วม ขณะที่ระบบนิเวศน์ของลำน้ำเสียวก็เปลี่ยนไป จากเดิมมีพันธุ์ปลา 54 ชนิด แหลือเพียง 11 ชนิด สัตว์ที่อาศัยอยู่สองฝั่งลำน้ำจากเดิมเคยมี 22 ชนิด เหลือเพียง 9 ชนิด พันธุ์ไม้เดิมมี 46 ชนิด เหลือเพียง 10 ชนิด
    ข้อมูลพื้นฐานของจังหวัดมหาสารคาม ปี 2552 ระบุว่า ปัจจุบันยังคงมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเกลือสินเธาว์ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม 16 โรงงาน กำลังการผลิตรวมประมาณ 240,000 ตันต่อปี ซึ่งกระทบทำให้เกิดการแพร่กระจายความเค็มสู่ชั้นดินและแหล่งน้ำ โดยพบในเขตพื้นที่ อ.กันทรวิชัย

Tag : เกลือสินเธาว์,ลำน้ำเสียว,เหมืองเกลือ,นาเกลือ,เกลือสินเธาว์อีสาน,จ.มหาสารคาม
เอกสาร : “การจัดการทรัพยากรเกลือในภาคอีสาน”, นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา, มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, พฤษภาคม 2548 (http://www.sri.cmu.ac.th/~environment/phpnuke/html/images/paper_8.pdf)
    : ข้อมูลจังหวัดมหาสารคาม, ปี 2552 (mahasarakham.mnre.go.th/envi2/index.php?option...id...)
    : ตำนานขม…ลำน้ำเสียว การต่อสู้ที่ไม่เคยสิ้นสุด, บทความจากงานวิจัย, สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น (http://vijai.trf.or.th/article_detail.asp?topicid=55)
    : (รายงานพิเศษ) จากเกลืออีสานถึงเหมืองโปแตซ ความทรงจำอันเลวร้ายยังไม่ทันจาง, 14 ธ.ค. 2545, ศูนย์ข่าวไทอีสาน สำนักข่าวประชาธรรม (http://www.prachatham.com/detail.htm?code=a_14122002_02)