เจนโก้ลอบทิ้งขยะพิษ

เจนโก้ลอบทิ้งขยะพิษ


เมื่อบริษัทรับกำจัดขยะอุตสาหกรรม "ยักษ์ใหญ่" ของไทย ถูกจับได้ว่าลักลอบทิ้งขยะอันตรายที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเดือนกันยายน 2547
    
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชื่อของบริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือเจนโก้ ติดอันดับข่าวครึกโครมแห่งปีทันที
    
เหตุเพราะถังสารเคมีขนาด 200 ลิตร จำนวน 4,000-5,000 ถัง ถูกนำมาแอบทิ้งไว้บริเวณข้างถนนของโรงงานเตาเผาปูนขาวกำจัดกากอุตสาหกรรมของบริษัทอโศก เคมีคอล ทำให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงผิดสังเกตจนต้องร้องเรียนหลายครั้ง
    
จนกระทั่ง 13 กันยายน 2547 เจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจากกรมควบคุมมลพิษ จึงเข้าตรวจสอบและพบว่า ภายในถังดังกล่าวส่วนใหญ่บรรจุสารละลาย กากสี ตะกอนน้ำเสีย และน้ำมันเครื่องใช้แล้ว โดยสารเคมีได้ไหลนองลงบนพื้นดิน และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ
    
ทั้งบริษัทเจนโก้ และบริษัทอโศกฯ ต่างปฏิเสธการเป็นเจ้าของขยะพิษดังกล่าวอย่างแข็งขัน
    
หลังตกเป็นข่าวใหญ่ นายกรัฐมนตรีคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สั่งการอย่างเอาจริงเอาจังให้รองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ดูแลกฎหมายเกี่ยวกับการกำจัดกากของเสียจากอุตสาหกรรม ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้สืบหาผู้จ้างวานและเจ้าของขยะอันตรายดังกล่าว
    
พร้อมกับตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหา โดยกำหนดให้กำจัดขยะพิษกองนี้ให้เสร็จภายใน 1 เดือน โดยให้เจนโก้เข้าไปดำเนินการเบื้องต้นไปก่อน หากพบว่าใครเป็นผู้กระทำผิดก็จะต้องเป็นผู้จ่ายค่าบำบัดแก่เจนโก้ต่อไป
    
ไม่นานนัก ความจริงก็ปรากฏชัดว่า พื้นที่กองขยะพิษดังกล่าวเป็นของ หจก.เอเวอร์ทัฟคอนกรีต ซึ่งบริษัทเจนโก้ได้เช่าไว้ ส่วนถังสารเคมีจำนวนมากก็เป็นขยะอุตสาหกรรมที่เจนโก้ขนมาวางทิ้งไว้เพื่อรอให้บริษัทอโศกฯ นำไปกำจัด ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบด้วยว่า บริษัทอโศกฯ เพิ่งจะได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นโรงงานกำจัดกากประเภท 101 สามารถกำจัดของเสียอันตรายได้อย่างแท้จริงเมื่อ 2 มีนาคม 2547 นี้เอง
    
นอกจากนั้น ผลการขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่เกิดเหตุพบว่า น้ำบนผิวดินได้ซึมลึกลงพื้นดินลึกกว่า 1 เมตรแล้ว แต่น้ำบาดาลรอบๆ ชุมชนยังไม่พบการปนเปื้อน
    
ห้วงเวลาดังกล่าว พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม หาช่องทางขายหุ้นที่ถือไว้ในบริษัทเจนโก้ออกไปทั้งหมด เพื่อให้การทำหน้าที่ตรวจสอบ และกำกับดูแลได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น
    
แต่ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 กระทรวงอุตสาหกรรมยังคงมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเจนโก้  13.89 เปอร์เซ็นต์


กรณี: บริษัทเจนโก้ลักลอบทิ้งขยะอันตรายที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สถานที่: หมู่ที่ 1 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ความเสียหาย: สารเคมีที่บรรจุไว้ในถัง 200 ลิตร จำนวน 4,000-5,000 ถัง ได้รั่วไหลเจิ่งนองบนพื้นดิน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ โดยน้ำบนผิวดินพบสารปนเปื้อนซึมลึกลงสู่พื้นดินกว่า 1 เมตร

ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะพิษครั้งนี้ รวมทั้งไม่ปรากฏว่ามีการลงโทษบริษัทเจนโก้ ในฐานะเจ้าของสารเคมีอันตรายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ อย่างไร

ช่วงเวลา: กันยายน 2547

เหตุการณ์: หลังการร้องเรียนของชาวบ้านหลายต่อหลายครั้งว่ามีการลักลอบทิ้งขยะพิษ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนงาน 13 คนที่กำลังลักลอบฝังกลบเพื่อทำลายขยะพิษดังกล่าว
13 กันยายน 2547 เจ้าหน้าที่ทั้งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมควบคุมมลพิษ ก็เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนข้างโรงงานเตาเผาปูนขาวกำจัดกากอุตสาหกรรมของบริษัทอโศก เคมีคอล ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และพบว่ามีถังสารเคมีขนาด 200 ลิตร จำนวน 4,000-5,000 ถัง ส่วนใหญ่บรรจุสารละลาย กากสี ตะกอนน้ำเสีย และน้ำมันเครื่องใช้แล้ว อีกทั้งยังพบการรั่วไหลเจิ่งนองบนพื้นดิน ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ
    
ใครคือเจ้าของขยะพิษกองโตนี้? เพราะหมายถึงความรับผิดชอบที่ตามมาทุกด้าน 

แน่นอนที่สุดว่า ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นเจ้าของขยะพิษดังกล่าว ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมสั่งการให้บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือเจนโก้ นำสารเคมีที่พบทั้งหมดไปเก็บไว้ที่บริษัทเจนโก้ในพื้นที่ จ.ระยองก่อน พร้อมทั้งให้ตรวจสอบน้ำใต้ดิน เพื่อดูว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตกเป็นข่าวครึกโครมทันที ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการให้วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการกำจัดของเสียอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีท่าทีขึงขังโดยสั่งให้พิจารณาว่าสามารถเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทที่เป็นผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ ตามมาด้วยมติคณะรัฐมนตรีที่ให้สืบหาผู้จ้างวานและเจ้าของขยะอันตรายด้วย
    
พร้อมกันนั้นก็มีการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้น โดยมีสุมลมาลย์ กัลยาศิริ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน โดยคณะทำงานชุดนี้มีมติให้มีการกำจัดขยะพิษให้เสร็จภายใน 1 เดือน โดยให้เจนโก้เป็นผู้กำจัดและออกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไปก่อน และเมื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดได้เมื่อไหร่ ก็ให้ผู้นั้นต้องจ่ายค่าบำบัดทั้งหมดที่เกิดขึ้น
    
ไม่นานนัก ผลการสืบหาข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่า พื้นที่โล่ง 3 ไร่ที่ใช้กองถังสารเคมีดังกล่าวเป็นของ หจก.เอเวอร์ทัฟคอนกรีต ซึ่งบริษัทเจนโก้ได้เช่าไว้ ส่วนถังสารเคมีก็เป็นของบริษัทเจนโก้ที่ขนมาทิ้งไว้ รอให้บริษัทอโศกฯ นำไปกำจัด ที่สำคัญก็คือ การตรวจสอบเอกสารพบว่า บริษัทอโศกฯ เพิ่งได้รับอนุญาตให้กำจัดของเสียอันตรายได้จริงๆ เมื่อ 2 มีนาคม 2547 นี้เอง ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2545 ได้รับใบอนุญาตเพียงการทดลองเผาเท่านั้น
    
ก่อนหน้านั้น ทั้งบริษัทเจนโก้และบริษัทอโศกฯ ต่างปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของขยะพิษดังกล่าว โดยผู้บริหารเจนโก้ชี้แจงว่า ครั้งสุดท้ายที่เจนโก้นำขยะไปให้บริษัทอโศกฯ กำจัดคือ ปี 2544 จำนวน 500 ตัน และคาดว่าจะถูกกำจัดไปหมดแล้ว
    
อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมมลพิษให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทเจนโก้ยังลักลอบนำขยะอันตรายไปทิ้งในพื้นที่ปากช่องอีก 2 จุด ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบหลักฐานว่า บริษัทเจนโก้ได้จ่ายเช็คเป็นค่าเช่าที่ดินตั้งแต่ปี 2544-สิงหาคม 2547 อีกด้วย
    
ขณะที่ผลการขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเฝ้าระวังและติดตามการปนเปื้อนเข้าสู่ชั้นน้ำใต้ดิน พบว่าในส่วนของน้ำบนผิวดินพบสารปนเปื้อนลึกลงพื้นดินกว่า 1 เมตร ส่วนน้ำบาดาลของชุมชนยังไม่พบการปนเปื้อน
    
กรณีที่เกิดขึ้น สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่าการกระทำของเจนโก้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ เพราะบริษัทที่รับจัดการกากของเสียอันตราย กลับนำขยะอันตรายมากองทิ้งโดยไม่จัดการอย่างถูกต้อง นอกจากนั้น เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของเจนโก้ ก็พบว่า เจนโก้ไม่เคยปฏิบัติตามเงื่อนไขรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แม้ว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติฯ ซึ่งดูแลรับผิดชอบจะแจ้งให้ดำเนินการแล้วหลายครั้งก็ตาม
    
ด้านพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมหาลู่ทางขายหุ้นที่ถือไว้ในบริษัทเจนโก้ทั้งหมด เพื่อให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมทำหน้าที่กำกับดูแลได้อย่างเต็มที่
    
ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 ก็คือ กระทรวงอุตสาหกรรมยังคงถือหุ้นบริษัทเจนโก้รวม 13.89 เปอร์เซ็นต์

เอกสาร: “ประวัติความเป็นมาบริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือเจนโก้”. เข้าถึงได้จาก http://www.genco.co.th/TH-About.htm
    : “โคราชตั้ง กก.ล่าไอ้โม่งทิ้งกากพิษ พบหลักฐาน “เจนโก้” เช่าพื้นที่”. เข้าถึงได้จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/PrintNews.aspx?NewsID=9470000053239
    :  นสพ.มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 14 กันยายน 2547
    :  นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 17 กันยายน 2547
    : กรณีการลอบทิ้งขยะอันตรายที่ปากช่อง, มลพิษอุตสาหกรรม, สถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย, 2548, สุกรานต์ โรจนไพรวงศ์, มูลนิธิโลกสีเขียว, หน้า 254