มูลนิธิบูรณะนิเวศ

รายงานพิเศษ: หนุนปลูกพืชผสมผสานปลอดสารพิษ ทางรอดสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยคต (18 ก.ย. 62)

แนวหน้าออนไลน์ 18 กันยายน 2562
รายงานพิเศษ : หนุนปลูกพืชผสมผสานปลอดสารพิษ ทางรอดสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยคต

สหกรณ์การเกษตรห้วยคต จำกัด สหกรณ์ขนาดใหญ่ในอำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ ที่นำพาเหล่าสมาชิกข้ามพ้นวิกฤติราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยการส่งเสริมให้สมาชิกทำเกษตรผสมผสานที่ปลอดภัย ไร้สารเสริมจากการปลูกสับปะรดและข้าวโพดหวานที่ปลูกกันมานาน เพื่อเป็นทางเลือก ทางรอดจากปัญหาภัยแล้ง และปัญหาด้านราคาผลผลิตตกต่ำ

คุณพนาพร ปิติสกุลสวัสดิ์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรห้วยคตจำกัด เล่าให้ฟังว่าสหกรณ์ฯ ได้เริ่มสนับสนุนให้สมาชิกดำเนินชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือทำการเกษตรแบบผสมผสานปลูกพืชหลากหลายชนิด ทั้งผักสวนครัว ผลไม้ พืชไร่ พืชสวน เลี้ยงสัตว์ปีกเลี้ยงปลา ปลูกผักปลอดภัยในโรงเรือน เป็น “เกษตรอินทรีย์วิถีไทย”และเมื่อปรับเปลี่ยนวิถีการทำการเกษตรของสมาชิกแล้ว สิ่งสำคัญคือการให้องค์ความรู้แก่สมาชิก โดยภายในสหกรณ์ฯ ได้แบ่งพื้นที่23 ไร่ ทำเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทำแปลงเรียนรู้การเกษตรแบบผสมผสาน ทดลองปลูกพืชทุกชนิดที่จะส่งเสริมให้สมาชิกปลูกโดยทำแบบปลอดสาร ปลอดภัย มีกิจกรรมสาธิตการทำปุ๋ยคอกทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง มีแหล่งเรียนรู้เรื่องธนาคารน้ำ พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์

อีกทั้งในทุกเดือนจะจัดอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้สมาชิกในเรื่องต่าง ๆ เช่น ในเดือนกันยายน เป็นการแนะนำส่งเสริมการปลูกโกโก้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชที่สหกรณ์ฯ กำลังสนับสนุนให้สมาชิกปลูก เพราะดูแลง่าย ไม่ค่อยมีศัตรูพืชรบกวน ไม่ต้องตัดแต่งกิ่งมาก ต้นอายุ 3 ปี เริ่มเก็บเกี่ยวได้ และให้ผลผลิตต่อเนื่องทุก 15 วัน ไปตลอดอายุประมาณ 50 ปียิ่งถ้ามีระบบน้ำในฤดูแล้ง ผลผลิตจะเพิ่มขึ้น รวมไปถึงขมิ้นชันและฟ้าทะลายโจร ที่กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทผลิตสมุนไพรแคปซูล ซึ่งสหกรณ์ฯหาตลาดรองรับไว้อย่างครบวงจรแล้วแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ การซื้อขายล่วงหน้าและประกันราคา ขมิ้นชันกับฟ้าทะลายโจรสหกรณ์ฯ ร่วมกับศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านไร่มอญพันธุ์ จังหวัดลพบุรี ที่จัดหาต้นพันธุ์ พร้อมส่งคนมาให้ความรู้ ติดตามดูแลการปลูกและรับซื้อสมุนไพรโดยการซื้อขายล่วงหน้า ขมิ้นชันซื้อขายกิโลกรัมละ 12 บาท ฟ้าทะลายโจร ซื้อขายที่กิโลกรัมละ10 บาท ส่วนโกโก้มีคู่ค้าคือบริษัทโกโก้ไทย 2017 จำกัด ทำการซื้อขายแบบประกันราคา ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ5 บาท ซึ่งขณะนี้ราคาตลาดจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 10 บาท

นอกจากนี้ สหกรณ์ฯยังให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องสินเชื่อโครงการจัดหาแหล่งน้ำให้สมาชิก โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ รวมไปถึงการมีเครือข่ายกับโรงเรียนอนุบาลห้วยคต ในโครงการเด็กดีมีเงินออม และฝึกทำการเกษตรแบบผสมผสาน ให้นักเรียนได้บริโภคผักปลอดภัยและมีรายได้จากการเก็บผลผลิตขายสหกรณ์ เป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างครอบคลุม

ขณะที่คุณสังวาลย์ ไม้ลา หรือป้าไข่ เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยคต จำกัด เล่าถึงการทำการเกษตรของตนเองให้ฟังว่า แต่เดิมตนปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาตลอดทั้งข้าวโพดและสับปะรด แต่ก็ประสบปัญหาฝนแล้ง ราคาตกต่ำ ทำให้มีหนี้สินมาก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว สหกรณ์การเกษตรห้วยคต จำกัด ได้แนะนำให้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน จากพื้นที่ปลูกสับปะรด 25 ไร่ ก็แบ่งมาทำผสมผสาน 10 กว่าไร่ ปลูกมะเขือ พริก กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง มะยงชิด ทุเรียน มะละกอ พืชสวนครัว และข้าวไร่ โดยสหกรณ์ฯได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวมาให้ 10 กิโลกรัม เก็บเกี่ยวแล้วนำเข้าโรงสีชุมชน ทำให้มีข้าวเก็บไว้กิน เมื่อได้ผลผลิตก็นำคืนสหกรณ์ฯ พร้อมส่วนต่างให้เล็กน้อย เพื่อต่อยอดการทำธนาคารข้าวของสหกรณ์ฯ ต่อไป

นอกจากนี้ ตนยังได้รับความช่วยเหลือจากสหกรณ์ฯ ในเรื่องการทำแหล่งน้ำ กู้ยืมเงินปลอดดอกเบี้ย ขุดแหล่งน้ำ 4 สระ ไว้เลี้ยงปลา ต่อมาขยายทำแท็งก์เก็บน้ำ และขุดเจาะบ่อบาดาล โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการดึงน้ำขึ้นมาใช้ ทำให้ที่ดินของป้าไข่ สามารถทำการเกษตรแบบผสมผสานได้ผลดีตลอดปี

“เมื่อก่อนเคยมีรายได้จากการขายข้าวโพดและสับปะรดเท่านั้น แต่หลังจากหันมาทำการเกษตรผสมผสาน ทำให้มีรายจากการเก็บพืชผักต่างๆ ขายทุกวัน ตกเดือนละ2,000-5,000 บาท และที่สำคัญผลผลิตในพื้นที่ทั้งข้าวไร่ พืชผัก กล้วย ปลา สามารถเก็บไว้บริโภคเองเป็นอาหารประจำวัน ไม่ต้องซื้อหา ทำให้สามารถลดรายจ่าย พอกิน พอใช้ เมื่อสับปะรดได้เวลาเก็บเกี่ยวก็ปลดหนี้ได้ ไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา” ป้าไข่ กล่าว

การทำการเกษตรแบบผสมผสาน ถือเป็นทางเลือกที่นำไปสู่ทางรอดของสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรห้วยคต จำกัด ได้เป็นอย่างดี และเป็นบทสรุปของการใช้ชีวิตแบบพอเพียงอย่างแท้จริง