มูลนิธิบูรณะนิเวศ

กาฬสินธุ์จ่อขึ้นทะเบียนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ชาวบ้านหวังจัดงบสร้างเตาเผาขยะพิษ (9 กันยายน 2561)

แนวหน้าออนไลน์ 9 กันยายน 2561
กาฬสินธุ์จ่อขึ้นทะเบียนคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ชาวบ้านหวังจัดงบสร้างเตาเผาขยะพิษ

9 ก.ย.61 จากกรณีขยะพิษจากต่างประเทศทะลักเข้าเมืองไทย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กระทั่ง พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกประกาศขยะพิษต้องหมดภายใน 2 ปี ขณะที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์แหล่งใหญ่ ทำกันมานานกว่า 20 ปี โดยนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) ตรวจสอบและหาทางป้องกัน ขณะที่ชาวบ้านในชุมชนและตำบลใกล้เคียง ออกมาร้องเรียนเรื่องมลพิษ และมีเสียงเรียกร้องให้มีการสร้างเตาเผาขยะอย่างถูกวิธี กระทั่งมีบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาโดยขนย้ายเศษขยะพิษไปทำลาย ล็อตแรก 50 ตัน ซึ่งล่าสุดชาวบ้านพื้นที่รองรับกลิ่นเหม็นจากการลักลอบเผา ร้องขอสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ได้ออกตรวจสุขภาพให้ทั่วถึง ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวประจำ จ.กาฬสินธุ์ ยังเกาะติดบรรยากาศการประกอบอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ของชาวบ้าน ใน ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งพบว่ายังมีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างตำบล ที่ออกตระเวนหามาเพื่อทำการคัดแยกตามปกติ ไม่เกรงกลัวต่อพิษภัยตามกระแสข่าว ระบุว่าทำกันมานานจนเป็นความเคยชิน และยืนยันจะทำต่อไปเพราะเป็นอาชีพหลัก ฝากความหวังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดงบสร้างเตาเผากำจัดขยะพิษ ขจัดความกังวลของหลายๆฝ่าย ที่หวั่นเกรงผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะเรียกร้องสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ จัดเจ้าหน้าที่ลงตรวจสุขภาพชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากการสูดดมกลิ่นควันอย่างทั่วถึงด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับคณะกรรมการสาธารณสุขจังหวัด (คสจ.) และบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกันคิ๊กออฟ ปล่อยขบวนรถขนย้ายกากขยะพิษออกจากบ่อบำบัดขยะ ของ อบต.โคกสะอาด เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีความมั่นใจในนโยบายของจังหวัด โดยเฉพาะภาครัฐ ที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันปัญหามลพิษ และสุขภาพในระยะยาว โดยชาวบ้านยังใช้ชีวิตเป็นปกติ มีการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ตามความเคยชิน ที่จะนำส่วนหนึ่งไปรีไซเคิลเป็นสินค้ามือสอง และส่วนหนึ่งเป็นชิ้นส่วนชั่งกิโลขายให้กับแหล่งรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นการทำมาหากินที่สุจริต และสร้างรายได้

นายวิจิตร มูลเอก นายก อบต.โคกสะอาด กล่าวว่า หลังวันที่ 6 กันยายน เป็นต้นมา ชาวบ้านและชุมชนมีความมั่นใจในแนวทางแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ของ คสจ.และรัฐบาลเป็นอย่างมาก  ที่ได้เข้ามาจัดระบบระเบียบการกำจัดขยะถูกต้องตามหลักวิชาการและตามกฎหมาย ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 154 รายนั้น ยินดีจะให้ความร่วมมือกับทางอำเภอฆ้องชัย ในการที่จะขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆอย่างเคร่งครัด

“สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นก้าวแรก และเป็นความจริงใจแก้ปัญหาของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการลักลอบเผาที่เกิดขึ้น และผลกระทบที่หลายฝ่ายวิตกกังวล จากการประกอบอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้น จริงๆแล้วเชื่อว่าไม่มีใครอยากทำ แต่เมื่อได้ทำมานานและยึดเป็นอาชีพแล้ว ทำให้เกิดเทคนิคในการกะเทาะ แกะ คัดแยกสร้างมูลค่าเพิ่ม เป็นมรดกที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขณะเดียวกันชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องการ จึงกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ เกิดการสะสม และลักลอบเผา เมื่อภาครัฐ และ คสจ.เข้ามาแก้ไขปัญหา ก็พร้อมจะปฏิบัติตามกติกา และตามข้อกฎหมาย เพื่อไม่กระทบต่อการประกอบอาชีพ หรือส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” นายก อบต.โคกสะอาด กล่าว

ขณะที่นายอังคาร ภูถาวร อดีตนายก อบต.หัวงัว อ.ยางตลาด จงกาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากการประกอบอาชีพคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ของชาวบ้านใน ต.โคกสะอาด อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะบ้านหนองบัว และบ้านสะอาด รวมทั้งหมู่บ้านอื่นๆในละแวกเดียวกัน ได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียงในรัศมี 3-5 กม.คือ ต.หัวงัว ต.หนองตอกแป้น อ.ยางตลาด และ ต.หนองแปน อ.กมลาไสย ซึ่งเกิดจากปัญหาการลักลอบเผาเศษขยะ แล้วได้ส่งกลิ่นเหม็นมารบกวนตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สาเหตุคือไม่มีเตาเผาและหน่วยงานที่ดูแลสุขภาพก็ไม่สนใจเท่าที่ควร

“ในภาพรวม จึงสนับสนุนอยากได้เตาเผาที่มีมาตรฐาน เพื่อจัดการกับเศษชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องการ เช่น โฟม ยางรถ สายไฟ เพราะไม่มีใครอยากอยู่อย่างตายผ่อนส่ง เนื่องจากต้องสูดดมควันพิษทางอากาศและกลิ่นต่างๆสะสม กรณีที่จะให้สำนักงานอุตสาหกรรม จ.กาฬสินธุ์ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ เข้ามารับผิดชอบเรื่องสุขภาพคงจะไม่ใช่ แต่ต้องให้นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ มีคำสั่งให้มีหมอมาตรวจสุขภาพชาวบ้านชุมชนใกล้เคียงหน่อย เพราะได้รับความเดือดร้อน จากการสูดดมควันพิษสะสมมากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งอาจจะมีสารพิษสะสมตกค้างในร่างกายในกระแสเลือดจำนวนมาก เพราะขณะนี้ก็มีลูกหลานป่วยเป็นโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ และโรคอื่นๆตามมา จึงอยากขอความเมตตานายแพทย์สาธารณสุข ได้เข้ามาตรวจเช็คสุขภาพให้ชาวบ้าน 3 ตำบลและชุมชนใกล้เคียงอย่างทั่วถึงด้วย เพราะจุดปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว จุดที่รับสารพิษจะทำอย่างไร หรือจะมองแค่เป็นกลุ่มคนชายขอบของสังคมเท่านั้น”

ขณะที่นายพิชิต สมบัติมาก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การขนย้ายเศษขยะอิเล็กทรอนิกส์จากบ่อบำบัดขยะของ อบต.โคกสะอาด ไปเมื่อวันที่ 6 กันยายนจำนวน 50 ตัน จาก 320 ตัน และเหลือ 270 ตันนั้น แนวทางดำเนินการ โดยการสนับสนุนของนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ ในก้าวต่อไป ขณะนี้ได้ประสานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อทำการขนย้ายกากขยะพิษอันตรายในบ่อขยะของ อบต.โคกสะอาด ออกไปอีกจำนวน 100 ตัน โดยจะมีรถขนส่งจากเอกชนที่เข้ามาทำซีเอสอาร์ เพื่อนำขยะไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมาย ที่โรงงานกำจัดขยะพิษใน จ.สระบุรี โดยกำหนด วันที่ 25-26 กันยายนนี้